วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่ 3




นิยามเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
คำว่าเทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติ กฎเกณฑ์ของสิ่งต่าง ๆ และหาทางนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีจึงเป็นค้าที่มีความหมายกว้างไกล เป็นคำที่เราได้พบเห็นและได้ยินอยู่ตลอดมา
ลองนึกดูว่าทรายที่เราเห็นอยู่บนพื้นดิน ตามชายหาด ชายทะเลเป็นสารประกอบของซิลิกอน ทรายเหล่านั้นมีราคาต่ำและเรามองข้ามไป ครั้งมีบางคนที่เรียนรู้วิธีการแยกสกัดเอาสารซิลิกอนให้บริสุทธิ์ และเจือสารบางอย่างให้เกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่าสารกึ่งตัวนำ นำมาผลิตเป็นทรานซิสเตอร์ และไอซี (Integrated Circuit : IC) ไอซีนี้เป็นอุปกรณ์ที่รวมวงจรอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากไว้ด้วยกัน ใช้เป็นชิพซึ่งเป็นส่วนสำคัญของคอมพิวเตอร์ สารซิลิกอนดังกล่าวเมื่อผ่านกรรมวิธีทางเทคโนโลยีแล้วจะมีราคาสูงสามารถนำมาขายได้เงินเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเทคโนโลยีจึงเป็นหัวใจของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพราะเรานำเอาวัตถุดิบมาผ่านเทคนิคการดำเนินการ จะได้วัตถุสำเร็จรูป สินค้าเหล่านี้จะมีมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบนั้นมาก ประเทศใดมีเทคโนโลยีมากมักจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เทคโนโลยีจึงเป็นหาทางที่จะช่วยในการพัฒนาให้สินค้าและบริการมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทุกประเทศจึงให้ความสำคัญของการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงานด้านต่าง ๆ
ส่วนคำว่าสารสนเทศ หมายถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคนตั้งแต่เกิดมาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เรียนรู้สภาพสังคมความเป็นอยู่ กฎเกณฑ์และวิชาการ ลองจินตนาการดูว่าภายในสมองของเราเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เราคงตอบไม่ได้ แต่สามารถเรียกเอาข้อมูลมาใช้ได้ ข้อมูลที่เก็บไว้ในสมองเป็นสิ่งที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน ความรอบรู้ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับการเรียกใช้ข้อมูลนั้น ดังนั้นจะเห็นได้ชัดความรู้เกิดจากข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทุกวันนี้มีข้อมูลรอบตัวเรามาก ข้อมูลเหล่านี้มาจากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล จึงมีผู้กล่าวว่ายุคนี้เป็นยุคของสารสนเทศ
อ้าอิงจาก http://support.mof.go.th/net/techno.htm

ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่ 2

บทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำชีวิตเป็นอันมาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี เทคโนโลยีทำให้การสร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐาน สามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น เทคโนโลยีทำให้ระบบการผลิตสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมากมีราคาถูกลง สินค้าได้คุณภาพ เทคโนโลยีทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทางเชื่อมโยงถึงกันทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ตลอดเวลา
พัฒนาการของเทคโนโลยีทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไปมาก ลองย้อนไปในอดีตโลกมีกำเนินมาประมาณ 4600 ล้านปี เชื่อกันว่าพัฒนาการตามธรรมชาติทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตถือกำเนินบนโลกประมาณ 500 ล้านปีที่แล้ว ยุคไดโนเสาร์มีอายุอยู่ในช่วง 200 ล้านปี สิ่งมีชีวิตที่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ ค่อย ๆ พัฒนามา คาดคะเนว่าเมื่อห้าแสนปีที่แล้วมนุษย์สามารถส่งสัญญาณท่าทางสื่อสารระหว่างกันและพัฒนามาเป็นภาษา มนุษย์สามารถสร้างตัวหนังสือ และจารึกไว้ตามผนึกถ้ำ เมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว กล่าวได้ว่ามนุษย์ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการพัฒนาตัวหนังสือที่ใช้แทนภาษาพูด และจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า มนุษย์สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้เมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว กล่าวได้ว่าฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า มนุษย์สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้เมื่อประมาณ 500 ถึง 800 ปีที่แล้ว

อ้างอิงจาก http://support.mof.go.th/net/techno.htm

ข่าวประจำสัปดาห์ที่1


การเรียนรู้สารสนเทศ
ความก้าวหน้าของข้อมูลและเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลทำให้การเข้าถึงข้อมูลมีความยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากรูปแบบของข้อมูลมีการ เปลี่ยนแปลงจากฉบับพิมพ์เป็นอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องสืบค้นผ่านอินเตอร์เน็ตวิธีการสืบค้น การคัดเลือกและการประเมินข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพ เป็นเรื่องจำเป็นนอกเหนือจากความต้องการ เหตุผลสำคัญคือข้อมูลจากแหล่งต่างๆมีเป็นจำนวนมากและวิธีการเข้าใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีความยากง่าย ต่างกัน การเรียนรู้และสร้างทักษะในการรู้สารสนเทศจะสามารถทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ต้องการและมีคุณภาพในเวลาอันรวดเร็ว สำนักหอสมุดตระหนักถึงความจำเป็นในการให้ความรู้ดังกล่าวนี้แก่ผู้ใช้บริการนอกเหนือจากการให้บริการ ตอบคำถามและช่วยการค้นคว้าที่เคยปฏิบัติ สำนักหอสมุดจึงได้จัด โปรแกรมสอนการรู้สารสนเทศ เพื่อเป็นแนวทางที่จะสร้างการเรียนรู้และทักษะให้แก่ผู้ใช้ห้องสมุด โดยจะแบ่ง โปรแกรมต่างๆ ออกเป็น 3 ประเภทคือ
โปรแกรมที่มีการสอนตลอดปี
โปรแกรมที่จัดเฉพาะช่วงเวลา
โปรแกรมที่อาจารย์ผู้สอนรายวิชาต่างๆ หรือผู้ใช้บริการขอมา
ความก้าวหน้าของข้อมูลและเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลทำให้การเข้าถึงข้อมูลมีความยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากรูปแบบของข้อมูลมีการ เปลี่ยนแปลงจากฉบับพิมพ์เป็นอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องสืบค้นผ่านอินเตอร์เน็ตวิธีการสืบค้น การคัดเลือกและการประเมินข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพ เป็นเรื่องจำเป็นนอกเหนือจากความต้องการ เหตุผลสำคัญคือข้อมูลจากแหล่งต่างๆมีเป็นจำนวนมากและวิธีการเข้าใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีความยากง่าย ต่างกัน การเรียนรู้และสร้างทักษะในการรู้สารสนเทศจะสามารถทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ต้องการและมีคุณภาพในเวลาอันรวดเร็ว สำนักหอสมุดตระหนักถึงความจำเป็นในการให้ความรู้ดังกล่าวนี้แก่ผู้ใช้บริการนอกเหนือจากการให้บริการ ตอบคำถามและช่วยการค้นคว้าที่เคยปฏิบัติ สำนักหอสมุดจึงได้จัด โปรแกรมสอนการรู้สารสนเทศ เพื่อเป็นแนวทางที่จะสร้างการเรียนรู้และทักษะให้แก่ผู้ใช้ห้องสมุด โดยจะแบ่ง โปรแกรมต่างๆ ออกเป็น 3 ประเภทคือ
โปรแกรมที่มีการสอนตลอดปี
โปรแกรมที่จัดเฉพาะช่วงเวลา
โปรแกรมที่อาจารย์ผู้สอนรายวิชาต่างๆ หรือผู้ใช้บริการขอมา
อ้างอิงจาก www2.udru.ac.th/

มาตรฐานบล็อกนักศึกษา










ขอให้นักศึกษาสร้างบล็อก ตามมาตรฐานดังนี้นะคะ


1. ตั้งชื่อบล็อกโดยขึ้นต้นด้วย il- แล้วตามด้วยชื่อที่ต้องการ


2. ใส่ชื่อโปรเจ็กไว้ใน Blog Description


3. ใส่รูปภาพใน Profile เพืื่อง่ายต่อการจดจำ


4. ใส่ชื่อสมาชิก พร้อมสาขาวิชาและชั้นปีไว้ที่ Sidebar (เป็นรายการแรก)ุ


5. แจ้ง URL Blog นักศึกษา ที่ http://nawasai77.tweetboard.com/


6. ไม่เผยแพร่ถ้อยคำและภาพที่ไม่เหมาะสมCredit pic as labeled
ป้ายกำกับ: , ,